Asian CORE (
วิธีการจัดสรรเงินค่าใช้จ่าย
อันดับที่ 1 วิธีดำเนินงานด้านต่างๆ
Asian CORE Program (ความร่วมมือทางวิชาการระหว่างเอเชีย) คือ โปรแกรมสนับสนุน ส่งเสริมการ แลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับวิชาความรู้ของนักวิจัย และ มีการส่งนักวิจัยไปยังต่างประเทศ ตามกฎของ องค์กรส่งเสริมวิชาการแห่งประเทศญี่ปุ่น ที่มีการบริหารงานอิสระ แบบนิติบุคคล ในมาตราที่ 2 หัวข้อที่ 15 รวมไปถึง หัวข้อที่ 3 ที่ว่าด้วย การสนับสนุนส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องในด้านวิชาการ และมาตราที่ 2 ที่ว่าด้วย การดำเนินงานตามโครงการแลกเปลี่ยนการร่วมมือกันของนักวิจัย, การแลกเปลี่ยนนักวิจัย, ข้อตกลงร่วมกันกับหน่วยงานทางวิชาการขององค์กรระหว่างประเทศ กับ องค์กรสนับสนุน ส่งเสริม, และการประชุมสัมมนา ฯลฯ
แหล่งเงินทุนทั่วไป ขององค์กรส่งเสริมวิชาการแห่งประเทศญี่ปุ่น ที่มีการบริหารงานอิสระ แบบนิติบุคคล หรือเรียกว่า สมาคมส่งเสริม จะทำหน้าที่บริหารเงินที่มอบให้เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ
สมาคมส่งเสริม จะดำเนินงานตามโครงการหัวข้อวิจัย ที่ได้รับเสนอมาจากผู้ร่วมงานในหน่วยงานที่สังกัด เช่น หน่วยงานวิจัยทางด้านวิชาการ, มหาวิทยาลัยในสังกัด
ในกรณีการดำเนินงานตามโครงการหัวข้อวิจัยจะมีการทำสนธิสัญญาระหว่างหน่วยงานที่สังกัดกับสมาคมส่งเสริมอันดับที่
2
วิธีการจัดสรรเงินค่าใช้จ่ายใน Asian CORE Program
1.
เงื่อนไข
เกี่ยวกับการดำเนินงานตามที่เป็นจริง โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายซึ่งกันและกัน ระหว่างผ่าย Equal Partnership กับ หน่วยงานส่งเสริมทางด้านวิชาการของฝ่ายประเทศนั้นๆ และทำการเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง หลังจากได้ปรึกษาหารือกัน กับ หน่วยงานของฝ่ายประเทศนั้นๆ จากการจำแนกค่าใช้จ่ายแบ่งเป็นเขตตาม Pattern A ถึง Pattern C ดังข้างล่างนี้
(PATTERN
A)
หน่วยงานของฝ่ายประเทศนั้นๆ จะรับผิดชอบค่าใช้จ่าย เท่าเทียมกับ สมาคมส่งเสริม หรือ จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในจำนวนที่มากกว่านั้น
(PATTERN
B,C)
ในกรณีที่หน่วยงานของฝ่ายประเทศนั้นๆ ไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในจำนวนที่ เท่าเทียมกับสมาคมส่งเสริม ได้นั้น จะพิจารณาค่าใช้จ่ายที่เท่าเทียมกันกับ Equal Partnership
อนึ่ง เรื่องการระมัดระวังในการดำเนินงานในขอบเขตของกฎ อาทิเช่น วัตถุประสงค์ของ ค่าใช้จ่ายในการมอบหมายงานให้ทำแทน รวมไปถึงการใช้เงินผิดประเภท
2.
ค่าใช้จ่ายในการมอบหมายงานให้ทำแทน
(1)
ค่าใช้จ่ายในการแลกเปลี่ยนงานวิจัย
1) ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปต่างจังหวัด หรือ ต่างประเทศ ด้วยเรื่องงานที่ตนเองวิจัย (ค่ายานพาหนะ, ค่าที่พัก, ค่าตอบแทนรายวัน)
การปฏิบัติหน้าที่จนประสบความสำเร็จในหัวข้อวิจัยนั้นๆ ในเรื่องของการสัมมนา, การรวบรวมข้อมูล, แบบสำรวจแต่ละประเภท, การประชุมในเรื่องการวิจัย รวมไปถึง การประกาศผลการวิจัย
2) ค่าสิ่งของ ค่าใช้จ่ายในการซื้อสิ่งของ
3) เงินตอบแทน เงินตอบแทนที่ให้แก่ผู้ร่วมมือในการทำวิจัย
(เก็บข้อมูล, การแจกแบบสำรวจ และ เก็บรวบรวมข้อมูล, การสนับสนุนความรู้ในสาขา ที่เชี่ยวชาญเป็นพิเศษ, การตรวจแก้ไขต้นฉบับ, การแปล, การช่วยเหลือเงินทางด้านการทดลอง, การจัดระเบียบเอกสารประกอบการวิจัยต่างๆ
4) ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ค่าใช้จ่ายนอกเหนือจากที่กล่าวมา
เพื่อให้การปฏิบัติงานวิจัยบรรลุเป้าหมายไปได้ด้วยดี ตัวอย่างเช่น ค่าสิ่งพิมพ์, ค่าถ่ายสำเนา, ค่า อัด-ล้างฟิล์ม, ค่าใช้จ่ายในการสื่อสารโทรคมนาคม (ค่าโทรศัพท์,แสตมป์), ค่าขนส่ง, ค่าเช่าสถานที่ในการทำวิจัย (ใช้ในกรณีสถานที่วิจัยในหน่วยงานไม่อำนวย), ค่าใช้จ่ายในการประชุม (ค่าเช่าสถานที่ประชุม), ค่าเครื่องดื่ม (ไม่รวมเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์) , ค่าอาหารกล่อง เป็นต้น
ค่าใช้จ่ายในการจัดการประชุมสัมมนา, ค่าใช้จ่ายในการเช่าสิ่งของเครื่องมือ เครื่องใช้ต่างๆ เช่น (คอมพิวเตอร์, รถยนต์, ค่าอุปกรณ์ในการทดลอง, ค่าอุปกรณ์ต่างๆ เป็นต้น) ค่าซ่อมแซมอุปกรณ์ต่างๆ , ค่ายานพาหนะนอกเหนือจากค่าเดินทาง, ค่าประกาศผลงานวิจัย (ค่าทำ Homepage, ค่าส่งบทความทางวิชาการลงหนังสือพิมพ์ หรือ นิตยสาร)
5) ค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถจ่ายในการทำวิจัยได้
(1) ค่าใช้จ่ายในการซื้อ สิ่งก่อสร้าง, ศูนย์กิจกรรมต่างๆ
(2) ค่าใช้จ่ายในการซื้อสิ่งของเครื่องใช้ในสำนักงาน, อุปกรณ์ติดตั้งเครื่องอำนวยความสะดวกในหน่วยงานที่ร่วมด้วย, โต๊ะ, เก้าอี้, เครื่องถ่ายเอกสาร เป็นต้น
(3) ค่าใช้จ่ายในการประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ, อุบัติเหตุในการประสบระหว่างปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบการวิจัย
(4) ค่าใช้จ่ายซึ่งการได้มาของอสังหาริมทรัพย์ รวมไปถึงค่าใช้จ่ายในการดำรงอยู่ของสำนักงานในต่างประเทศของหน่วยงานที่ร่วมด้วย (ค่าเช่าสำนักงาน, ค่าประปา ไฟฟ้า แก๊ส, ค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างพนักงาน เป็นต้น)
(5) ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับการวิจัย
6) ข้อจำกัดของรายการค่าใช้จ่ายในการแลกเปลี่ยนการวิจัย
2) ค่าสิ่งของเครื่องใช้ 3) เงินตอบแทน 4) ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดอื่นๆ ซึ่งมีขีดจำกัด
30 % ของจำนวนเงินรวมของค่าใช้จ่ายในการวิจัยของปีงบประมาณนั้นๆ และยังจ่ายเงินค่า
ใช้จ่ายในการขยายเวลา การพำนักอาศัยอยู่ของแต่ละบุคคล รูปแบบการจ่ายเงินของสัญญาเช่า
ที่อยู่อาศัยรายปีจะจ่ายเงินตามที่ เป็นจริง และค่าใช้จ่ายรายการอื่นๆ จะจ่ายในราคาย่อมเยาว์
หากคาดว่าจำนวนเงินเกิน 30 % จะต้องทำการปรึกษากับทางสมาคมส่งเสริม ล่วงหน้า
(2)
ค่าธรรมเนียมการมอบหมายงานให้ทำแทน
ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นตามการบรรลุเป้าหมายของการดำเนินงาน
ค่าธรรมเนียมการมอบหมายงานให้ทำแทน และ จำนวนเงินที่นอกเหนือจากการแลกเปลี่ยน การวิจัย ขีดจำกัดสูงสูดที่ 10 % ของเงื่อนไขค่าใช้จ่ายในการแลกเปลี่ยนการวิจัย
อนึ่ง วิธีการใช้เงิน ควรใช้ให้มีประสิทธิภาพ และ ถูกต้องตามความเหมาะสม ภายใต้ ความรับผิดชอบของหัวหน้าหน่วยงานที่ร่วมด้วย
(3)
ภาษีบริโภค
จำนวนเงินที่ควรแก่การเสียภาษีบริโภค รวมไปถึงภาษีบริโภคท้องถิ่น จะทำการจัดสรรปันส่วนตามจำนวนเงินภายใน
การรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของหน่วยงานประเทศนั้นๆ
ของ Asian CORE Program
การแบ่งประเภทของนักวิจัยที่เข้าร่วมการแลกเปลี่ยน
|
||
|
คำจำกัดความของนักวิจัยที่เข้าร่วม ฝ่ายญี่ปุ่น |
ในประเทศญี่ปุ่น |
นักวิจัยที่สังกัดหน่วยงาน Core Program |
|
นักวิจัยที่สังกัดหน่วยงานที่ให้ความร่วมมือ |
||
|
นักวิจัยที่ให้ความร่วมมือ |
||
|
ยกเว้นฝ่ายประเทศนั้นๆ |
นักวิจัยที่ไม่ใช่ของฝ่ายประเทศนั้นๆ ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมจากฝ่ายญี่ปุ่น ซึ่งเรียกว่า นักวิจัยที่ให้ความร่วมมือ ฝ่ายญี่ปุ่น |
|
|
คำจำกัดความของนักวิจัยที่เข้าร่วม ฝ่ายประเทศนั้นๆ |
ในประเทศ A |
นักวิจัยที่สังกัดหน่วยงานร่วมกับประเทศ A |
|
นักวิจัยที่สังกัดหน่วยงานที่ให้ความร่วมมือกับประเทศ A |
||
|
นักวิจัยที่ร่วมมือกับประเทศ A |
||
|
ยกเว้นฝ่ายประเทศนั้นๆ |
นักวิจัยที่ไม่ใช่ของฝ่ายประเทศนั้นๆ ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมจากประเทศ A ซึ่งเรียกว่า นักวิจัยที่ให้ความร่วมมือฝ่ายประเทศ A |
|
|
ในประเทศ B |
นักวิจัยที่สังกัดหน่วยงานร่วมกับประเทศ B |
|
|
นักวิจัยที่สังกัดหน่วยงานที่ให้ความร่วมมือกับประเทศ B |
||
|
นักวิจัยที่ร่วมมือกับประเทศ B |
||
|
ยกเว้นฝ่ายประเทศนั้นๆ |
นักวิจัยที่ไม่ใช่ของฝ่ายประเทศนั้นๆ ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมจากประเทศ B ซึ่งเรียกว่า นักวิจัยที่ให้ความร่วมมือฝ่ายประเทศ B |
JSP ได้ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศในแถบภูมิภาคเอเชียซึ่งมีความหมายสำคัญยิ่งไม่เพียงแต่ประเทศญี่ปุ่น มีความใกล้ชิดกับประเทศเพื่อนบ้านเชิงภูมิศาสตร์เท่านั้น
แต่ยังมีการใช้แนวทางของวัฒนธรรมและ ค่านิยมร่วมกันอีก ด้วยดังนั้นประเทศญี่ปุ่น จึงมีความปรารถนาอันแรงกล้า ที่จะสร้างสัมพันธภาพ อันดี กับประเทศเหล่านี้ด้วย
นอกจากนั้นทางภูมิภาคเอเชียมีความสมบูรณ์ด้านทรัพยากรทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อมที่ทำให้เกิดเมล็ดพันธุ์ของการวิจัยขั้นพื้นฐานในขอบเขตอันกว้างไกล
จากมุมมองทางวิทยาศาสตร์ การร่วมมือ พยายามเช่น นั้นของนักวิจัย ทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด